The Bridge Bistro & Office Space คาเฟ่สุดคลาสสิคย่านสายไหม

ต้องขอยอมเลยเลยว่าสไตล์ที่ไม่มีวันตกยุคหรือที่เราเรียกกันว่า Timeless Style ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็สามารถเข้าได้กับโลก ณ ปัจจุบันนั้นได้อย่างดีเยี่ยม และจะไม่มีคำว่าเชย หรือตกยุคเกิดขึ้นกับสิ่งที่เรียกว่า Classic อย่างแน่นอน และถ้าถ้าพูดถึงเรื่องการตกแต่งบ้านเรือนอาคารต่างๆให้เป็นแบบคลาสสิคคุณจะนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก

The Bridge Bistro & Office Space คาเฟ่สุดคลาสสิคย่านสายไหม

ซึ่งก็คงจะหนีไม่พ้น ความเป็น British Classic ที่เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลัก และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นงานไม้และเครื่องหนังถูกต้องไหมล่ะค่ะ และสำหรับวันนี้เราก็จะพาคุณมานั่งเล่น นั่งชิลกันที่คาเฟ่ย้อนยุคสุดเก๋ที่ชื่อว่า The Bridge Bistro & Office Space โดยที่นี่ก็เกิดจากความหลงไหลในสถาปัตยกรรมที่เราได้กล่าวกันมาข้างต้นแล้ว กลายเป็นความน่าสนใจและดึงดูดใจในลูกค้าได้ลองมาดื่มด่ำกับบรรยากาศที่มีระดับกันอย่างมากมายเลยทีเดียว

ที่ร้าน The Bridge Bistro & Office Space แห่งนี้เป็นตึกแถว 4 ชั้นที่ได้รับการรีโนเวทใหม่หมดจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยก็ว่าได้ โดยที่นี่ได้เนรมิตให้กลายเป็น Cafe และ C0-working Space ซึ่งชั่ง 1 และชั้น 2 จะเปิดให้เป็นคาเฟ่ โดยความโดดเด่นของที่นี่จะมีมาตั้งแต่หน้าประตูซึ่งเป็นประตูไม้บานโตแบบบ้านเรือแทบยุโรปที่เราอาจจะไม่ได้คุ้นตากันนักในเมืองไทย และเมื่อเดินเข้ามาภายในร้านคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แสนสวย หรูหราดูดีมีสไตล์ เรียกได้ว่าตกแต่งได้อย่างมีรสนิยมจริงๆทั้งฝาผนังและเฟอร์นิเจอร์ที่มีไม้เป็นวัสดุหลัก มีเฟอร์นิเจอร์ที่บุหนังดูมีราคารวมถึงผ้าม่านแบบยุควิคตอเรีย ที่จะสร้างบรรยากาศให้คุณได้รู้สึกว่ากำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในอดีตทีละนิดๆ จนเมื่อรู้ตัวอีกทีคุณก็ตกหลุมรักที่นี่ไปเสียแล้ว

และเมื่อคุณได้อิ่มเอมกับความสวยงามของที่ The Bridge Bistro & Office Space จนหนำใจแล้วก็ต้องมาสั่งอาหารอร่อยๆคุณภาพดีๆมาให้ตัวเองได้อิ่มท้องกันบ้าง กับเมนูแรกอย่าง Fried Shrimp with Fruit Salad ผักสดคุณภาพดีที่การันตีความคุณภาพให้คุณได้มาลิ้มรสความสด และความสดชื่นเหมือนได้ทานเข้าไปและยิ่งอร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อได้ทานคู่กับน้ำสลัดสูตรพิเศษของทางร้าน ข้าวอบหนำเลี๊ยบ นี่เป็นสูตรโบราณที่สืบต่อกันมาแบบรุ่นต่อรุ่น ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูที่หาทานได้ยากมากๆเลยนะคะ เมื่ออิ่มจากอาหารคาวแล้วก็มาต่อกันที่เมนูของหวานกันบ้างอย่าง Blueberry Cheese Pie ที่จัดแต่งมาอย่างสวยงามและรสชาตินั้นก็มีทั้งความหวานอมเปรี้ยวทานได้บ่อยอร่อยไม่มีเบื่อกันเลยค่ะ และถ้าใครอยากจะหาเครื่องดื่มดับกระหาย Sleeping Beauty ก็ช่วยคุณได้ค่ะ เพราะเเก้วนี้เป็นชาที่ใส่ผลไม้รสชาติต่างๆเข้าไปเพิ่มเพิ่มความสดชื่นและใส่ไซรัปเพื่อเพิ่มความหอมหวานด้วยนะคะ

ที่ตั้ง : 58/10 สายไหม กรุงเทพฯ

เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-21.00

 

# Pino Latte Restaurant and Cafe คาเฟ่บรรยากาศดีที่เขาค้อ

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *